ในทุกออฟฟิศมักจะมีพนักงานอยู่คนหนึ่งที่ผลงานโดดเด่นเป็นสง่า อาจจะเป็นเซลล์ที่ปิดยอดได้ถล่มทลาย หรือโปรแกรมเมอร์ที่เขียนโค้ดได้เร็วกว่าใคร แต่เพื่อนร่วมงานกลับไม่อยากเดินเฉียดเข้าใกล้ และเป็นสาเหตุที่ทำให้พนักงานน้ำดีหลายคนเดินมาวางใบลาออก พนักงานคนนั้นคือคนที่เรียกกันในวงการว่า Brilliant Jerk
Brilliant Jerk หรือ คนเก่งแต่นิสัยแย่ คือคำนิยามของพนักงานที่มีทักษะความสามารถสูง สร้างผลงานได้ยอดเยี่ยม (High Performer) แต่มีพฤติกรรมที่ส่งผลเสียต่อคนรอบข้าง (Toxic Behavior) เช่น การดูถูกเพื่อนร่วมงาน, ไม่รับฟังความเห็น หรือเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ซึ่งในระยะยาวจะสร้างความเสียหายให้กับองค์กรมากกว่าประโยชน์ที่ได้รับ
Performance Trap กับดักของคำว่า ‘คนเก่ง’ และแนวคิดที่เปลี่ยนไป
หลายองค์กรมักตกหลุมพรางความคิดที่ว่า Performance = Results (ผลงาน = ผลลัพธ์) ด้วยเหตุนี้ ผู้บริหารกว่า 80% จึงเลือกที่จะหลับตาข้างหนึ่งให้กับพฤติกรรมแย่ ๆ เพียงเพราะกลัวว่ารายได้ของบริษัทจะหายไป แต่บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Netflix ได้ปฏิวัติแนวคิดนี้ใหม่ ใน Culture Deck ของตัวเอง โดยมีแนวคิดที่มีต่อพนักงานหัวกะทิที่มีนิสัยแย่ๆ ด้วยประโยคเด็ดจาก Reed Hastings ผู้เป็น CEO ว่า
"บางบริษัทอาจจะยอมหลับตาข้างนึงให้กับคนเก่งนิสัยแย่ แต่สำหรับเราแล้ว การต้องเสียทีมเวิร์คดี ๆ ไป เป็นราคาที่แพงเกินกว่าจะจ่ายไหว"
ด้วยแรงบันดาลใจจากการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรที่เด็ดขาดนี้ นักกลยุทธ์ HR ยุคใหม่จึงได้นำเสนอสมการประเมินความสามารถที่ยั่งยืนกว่าเดิม นั่นคือ
True Performance = Results + Behavior
นั่นหมายความว่า คนเก่งที่แท้จริง คือคนที่สามารถส่งมอบผลงาน ไปพร้อม ๆ กับการซัพพอร์ตและเป็นที่ยอมรับของคนรอบข้างได้ เพราะไม่ว่ากลยุทธ์ทางธุรกิจจะล้ำหน้าไปแค่ไหน ราคาของการสูญเสียสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี ก็ยังคงเป็นต้นทุนแฝงที่แพงที่สุดสำหรับทุกธุรกิจอยู่ดี
3 Red Flag ที่บ่งบอกว่าคนเก่งคนนั้น คือ Brilliant Jerk
งานวิจัยจาก MIT Sloan Management Review ยืนยันว่า วัฒนธรรมองค์กรที่เป็นพิษ คือสาเหตุ อันดับ 1 ที่ทำให้พนักงานลาออก โดยมีแนวโน้มที่จะผลักให้พนักงานตัดสินใจโบกมือลาบริษัทมากกว่าเรื่องเงินเดือนถึง 10.4 เท่า และหนึ่งในต้นตอสำคัญของปัญหานี้ มักมาจากการมีอยู่ของพนักงานที่สร้างผลงานได้ยอดเยี่ยม แต่กลับมีพฤติกรรมทำลายความรู้สึกคนรอบข้าง
หากคุณในฐานะผู้นำหรือ HR กำลังสงสัยว่าองค์กรของเรากำลังปล่อยเบลอกับปัญหานี้อยู่หรือไม่ ลองสังเกตสภาพแวดล้อมการทำงานผ่าน Red Flag 3 ข้อนี้ดู
1. มาตรฐานและการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียม
กฎระเบียบของบริษัทดูเหมือนจะบังคับใช้ได้กับทุกคน ยกเว้นกับคนคนนี้ แถมหัวหน้าก็มักจะหาข้ออ้างมาปกป้องหรือยอมหลับตาข้างหนึ่งให้กับพฤติกรรมแย่ ๆ เพียงเพราะเกรงใจในยอดขายหรือผลงานที่โดดเด่น ซึ่งการปล่อยให้เกิดอภิสิทธิ์ชนในออฟฟิศแบบนี้ ไม่เพียงแต่สร้างความตึงเครียด แต่ยังบั่นทอนความเชื่อมั่นและความเคารพที่ทีมมีต่อผู้บริหารอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้2. ความเงียบในห้องประชุม
ลองสังเกตบรรยากาศเวลาที่คนคนนี้แสดงความคิดเห็น หากสิ่งที่ตามมาคือความเงียบ ไม่มีใครกล้าโต้แย้ง และไม่มีใครอยากนำเสนอไอเดียใหม่ ๆ เพราะกลัวว่าจะโดนพูดจาถากถางหรือถูกหักหน้ากลางวงประชุม นั่นคืออีกหนึ่งสัญญาณที่อาจทำให้ทีมเดินหน้าต่อไม่ได้ เพราะพฤติกรรมนี้กำลังกัดกิน Psychological Safety (ความรู้สึกปลอดภัยทางจิตใจ) ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญที่สุดในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการทำงานร่วมกัน3. คนดี ๆ หนีกันไปหมด
เมื่อคุณเริ่มสังเกตเห็นว่าอัตราการลาออกในทีมนั้นสูงผิดปกติ และคนที่ทยอยยื่นใบลาออกไม่ใช่คนที่ทำงานไม่เก่ง แต่กลับเป็นกลุ่ม Top Talent ที่นิสัยดี มีความรับผิดชอบ แต่ยอมออกเพราะทนแบกรับความกดดันทางอารมณ์จากสภาพแวดล้อมที่ Toxic ไม่ไหวอีกต่อไป กลายเป็นว่าบริษัทกำลังสูญเสียอนาคตขององค์กร เพียงเพื่อรั้งคนเก่งแค่คนเดียวเอาไว้3 วิธีรับมือกับคนเก่งนิสัยแย่
การจัดการกับ Brilliant Jerk ไม่ได้แปลว่าต้องไล่ออกทันทีเสมอไป ลองเริ่มจากขั้นตอนเหล่านี้ดูนะ
1. ชี้ให้เห็นถึงผลของการกระทำ
เมื่อถึงเวลาต้องให้ Feedback กฎเหล็กคืออย่าโจมตีที่นิสัยของเขา แต่ควรชี้ให้เห็นถึง Impact ที่เกิดขึ้น เช่น "การที่คุณพูดแทรกน้องในที่ประชุมเมื่อวานนี้ ทำให้ทีมไม่กล้าเสนอไอเดียต่อ ซึ่งมันส่งผลให้โปรเจกต์ของเราขาดมุมมองใหม่ ๆ ที่สำคัญไปนะ" การสื่อสารด้วยข้อเท็จจริงที่ตรงไปตรงมา จะช่วยลดกำแพงการต่อต้าน และเปิดโอกาสให้พวกเขาได้ทบทวนตัวเอง2. ปรับเกณฑ์การประเมินผล
องค์กรจะได้ในสิ่งที่องค์กรให้รางวัล หากคุณให้คุณค่าแค่เป้าหมายทางตัวเลข คุณก็จะได้คนที่ทำทุกวิถีทางเพื่อตัวเลข ลองปรับเกณฑ์การประเมินผลใหม่ โดยให้น้ำหนักกับ Core Values และการทำงานร่วมกัน (Collaboration) ควบคู่ไปกับผลงาน (เช่น ในสัดส่วน 50:50) เพื่อเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า สำหรับที่นี่ เก่งงานอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องเก่งคนด้วย ถึงจะได้รับการยอมรับและเติบโตต่อไปได้3. กล้าที่จะตัดเนื้อร้าย
ถ้าให้โอกาสแล้ว Feedback แล้ว แต่พฤติกรรมเหล่านั้นยังไม่มีแนวโน้มที่จะดีขึ้น ผู้นำจำเป็นต้องมีความกล้าที่จะเชิญคนที่สร้างความ Toxic นี้ออกไป แม้ว่าบริษัทอาจต้องสูญเสียยอดขายในระยะสั้น แต่เชื่อเถอะว่า ทันทีที่ความอึดอัดนั้นหายไป ความร่วมมือร่วมใจของคนในทีมจะกลับมาอย่างรวดเร็ว และคนทำงานดี ๆ ที่เหลืออยู่ จะรู้สึกปลอดภัยพอที่จะกลับมาเฉิดฉายและสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมได้อีกครั้งการตัดสินใจจัดการกับคนเก่งที่เป็นเสาหลักด้านรายได้ของบริษัท เป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ยากที่สุด แต่ผู้นำที่แท้จริงจะมองเห็นภาพที่ไกลกว่านั้น การสร้างทีมที่แข็งแกร่งไม่ได้เกิดจากการรวมตัวของคนเก่งที่เห็นแก่ตัว แต่เกิดจากคนที่พร้อมจะสนับสนุนและเติบโตไปด้วยกัน
เมื่อเรากล้าคัดกรองคนให้ถูกประเภท พื้นที่ที่เหลือว่างจะดึงดูด ‘คนเก่งนิสัยดี ’เข้ามาแทนที่อย่างแน่นอน
References
Netflix Culture Deck
MIT Sloan Management Review: Toxic Culture Is Driving the Great Resignation
Harvard Business Review: The Price of Incivility

