ล่าสุด คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติอนุมัติร่างกฎกระทรวงใหม่เพื่อปรับเพดานค่าจ้างสูงสุดที่ใช้ในการคำนวณเงินสมทบประกันสังคม โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาระบบประกันสังคมให้สอดคล้องกับค่าจ้างที่แท้จริงในตลาดแรงงาน และเพิ่มความคุ้มครองให้กับผู้ประกันตนในทุกกรณี
HappyWork จะพาคุณไปไขข้อสงสัยว่า ผู้ประกันตนมาตรา 33 จะได้รับสิทธิประโยชน์อะไรบ้าง จากการปรับเพดานประกันสังคมครั้งใหม่นี้
ทำไมต้องปรับฐานตอนนี้? เรื่องนี้กระทบกระเป๋าเราแค่ไหน
ข่าวการปรับเพดานประกันสังคมอาจทำให้หลายคนกังวลเรื่องเงินเดือนที่ลดลง แต่ในความเป็นจริง เพดานเดิม 15,000 บาทนั้น ถูกใช้มานานกว่า 30 ปีแล้ว ในขณะที่ค่ารักษาพยาบาลและค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้นทุกปี กองทุนประกันสังคมจึงจำเป็นต้องขยับเพดานค่าจ้างเพื่อรักษาเสถียรภาพของกองทุน และที่สำคัญคือการ 'ขยายวงเงินคุ้มครอง' ให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายจริงในปัจจุบัน จากเดิม 15,000 บาท เป็น 17,500 บาท เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพในปัจจุบัน และขยายวงเงินคุ้มครองสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ให้ครอบคลุมผู้ประกันตนมากขึ้น โดยแลกกับการจ่ายเงินสมทบเพิ่มขึ้นสูงสุดเพียง 125 บาทต่อเดือนแล้วเราต้องจ่ายเพิ่มกี่บาทในปี 2569?
สำหรับการปรับฐานใหม่เป็น 17,500 บาท ผลกระทบจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มดังนี้:- กลุ่มเงินเดือนไม่ถึง 15,000 บาท หัก 5% เท่าเดิม (ไม่ได้รับผลกระทบ)
- กลุ่มเงินเดือน 15,000 - 17,499 บาท หัก 5% ของเงินเดือนจริง (จ่ายเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามสัดส่วน)
- กลุ่มเงินเดือน 17,500 บาทขึ้นไป จากเดิมจ่ายสูงสุด 750 บาท ปรับเป็น 875 บาท (จ่ายเพิ่มขึ้น 125 บาท/เดือน)
จ่ายเพิ่ม 125 บาท แล้วได้อะไรคืนมา? เจาะลึกความคุ้มครองที่อัปเกรดขึ้น
เมื่อฐานเงินเดือนขยับขึ้น 'ฐานการคำนวณสิทธิประโยชน์' ก็ขยับขึ้นตามทันที มาดูกันว่า 125 บาทที่เพิ่มขึ้น แลกมาด้วยความคุ้มครองอะไรบ้าง
1. ความคุ้มครองรายได้ (Income Protection)
- เงินทดแทนกรณีว่างงาน เพิ่มสูงสุดเป็น 8,750 บาท/เดือน (จากเดิม 7,500 บาท)
- เงินทดแทนกรณีเจ็บป่วย เพิ่มสูงสุดเป็น 8,750 บาท/เดือน (กรณีลาป่วยแล้วไม่ได้รับค่าจ้าง)
- เงินทดแทนกรณีทุพพลภาพ เพิ่มสูงสุดเป็น 8,750 บาท/เดือน
2. ความคุ้มครองครอบครัว (Family Support)
- เงินสงเคราะห์คลอดบุตร รับเพิ่มเป็น 26,250 บาท/ครั้ง (เหมาจ่าย)
- เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต รับเพิ่มสูงสุดเป็น 105,000 บาท (ไม่รวมค่าทำศพ)
3. ความมั่นคงหลังเกษียณ (Retirement)
- ส่งเงินสมทบครบ 15 ปี รับบำนาญเพิ่มเป็น 3,500 บาท/เดือน (จากเดิม 3,000 บาท)
- ส่งเงินสมทบครบ 25 ปี รับบำนาญเพิ่มเป็น 6,125 บาท/เดือน (จากเดิม 5,250 บาท)
กฎหมายมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับ HR คือการมี 'ฐานข้อมูลพนักงาน' ที่แม่นยำและเป็นระบบ การจัดการเอกสารหรือข้อมูลเงินเดือนด้วยไฟล์ Excel แบบเดิมอาจทำให้เกิดความสับสนเมื่อต้องปรับฐานข้อมูลใหม่ หรือสื่อสารกับพนักงานจำนวนมาก
การเริ่มมองหาตัวช่วยในการจัดการ Payroll ที่อัปเดตตามกฎหมายให้อัตโนมัติ จะช่วยลดความปวดหัวและคืนเวลาให้ HR ได้ไปโฟกัสกับการดูแลพนักงานได้อย่างเต็มที่
Reference
สำนักงานประกันสังคม

