อัปเดตประกันสังคม 2569 หักเพิ่มสูงสุด 125 บาท คุ้มไหม? สรุปสิทธิประโยชน์ใหม่ที่คนทำงานต้องรู้

ณชนก ปิติมานะอารี
ณชนก ปิติมานะอารี
ณชนก ปิติมานะอารี ·Updated on มีนาคม 5, 2026 ·10 min read
อัปเดตประกันสังคม 2569 หักเพิ่มสูงสุด 125 บาท คุ้มไหม? สรุปสิทธิประโยชน์ใหม่ที่คนทำงานต้องรู้
อัปเดตประกันสังคม 2569 หักเพิ่มสูงสุด 125 บาท คุ้มไหม? สรุปสิทธิประโยชน์ใหม่ที่คนทำงานต้องรู้

ล่าสุด คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติอนุมัติร่างกฎกระทรวงใหม่เพื่อปรับเพดานค่าจ้างสูงสุดที่ใช้ในการคำนวณเงินสมทบประกันสังคม โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาระบบประกันสังคมให้สอดคล้องกับค่าจ้างที่แท้จริงในตลาดแรงงาน และเพิ่มความคุ้มครองให้กับผู้ประกันตนในทุกกรณี

HappyWork จะพาคุณไปไขข้อสงสัยว่า ผู้ประกันตนมาตรา 33 จะได้รับสิทธิประโยชน์อะไรบ้าง จากการปรับเพดานประกันสังคมครั้งใหม่นี้

ทำไมต้องปรับฐานตอนนี้? เรื่องนี้กระทบกระเป๋าเราแค่ไหน

ข่าวการปรับเพดานประกันสังคมอาจทำให้หลายคนกังวลเรื่องเงินเดือนที่ลดลง แต่ในความเป็นจริง เพดานเดิม 15,000 บาทนั้น ถูกใช้มานานกว่า 30 ปีแล้ว ในขณะที่ค่ารักษาพยาบาลและค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้นทุกปี กองทุนประกันสังคมจึงจำเป็นต้องขยับเพดานค่าจ้างเพื่อรักษาเสถียรภาพของกองทุน และที่สำคัญคือการ 'ขยายวงเงินคุ้มครอง' ให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายจริงในปัจจุบัน จากเดิม 15,000 บาท เป็น 17,500 บาท เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพในปัจจุบัน และขยายวงเงินคุ้มครองสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ให้ครอบคลุมผู้ประกันตนมากขึ้น โดยแลกกับการจ่ายเงินสมทบเพิ่มขึ้นสูงสุดเพียง 125 บาทต่อเดือน

แล้วเราต้องจ่ายเพิ่มกี่บาทในปี 2569?

สำหรับการปรับฐานใหม่เป็น 17,500 บาท ผลกระทบจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มดังนี้:
  • กลุ่มเงินเดือนไม่ถึง 15,000 บาท หัก 5% เท่าเดิม (ไม่ได้รับผลกระทบ)
  • กลุ่มเงินเดือน 15,000 - 17,499 บาท หัก 5% ของเงินเดือนจริง (จ่ายเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามสัดส่วน)
  • กลุ่มเงินเดือน 17,500 บาทขึ้นไป จากเดิมจ่ายสูงสุด 750 บาท ปรับเป็น 875 บาท (จ่ายเพิ่มขึ้น 125 บาท/เดือน)

จ่ายเพิ่ม 125 บาท แล้วได้อะไรคืนมา? เจาะลึกความคุ้มครองที่อัปเกรดขึ้น

เมื่อฐานเงินเดือนขยับขึ้น 'ฐานการคำนวณสิทธิประโยชน์' ก็ขยับขึ้นตามทันที มาดูกันว่า 125 บาทที่เพิ่มขึ้น แลกมาด้วยความคุ้มครองอะไรบ้าง Image

1. ความคุ้มครองรายได้ (Income Protection)

  • เงินทดแทนกรณีว่างงาน เพิ่มสูงสุดเป็น 8,750 บาท/เดือน (จากเดิม 7,500 บาท)
  • เงินทดแทนกรณีเจ็บป่วย เพิ่มสูงสุดเป็น 8,750 บาท/เดือน (กรณีลาป่วยแล้วไม่ได้รับค่าจ้าง)
  • เงินทดแทนกรณีทุพพลภาพ เพิ่มสูงสุดเป็น 8,750 บาท/เดือน

2. ความคุ้มครองครอบครัว (Family Support)

  • เงินสงเคราะห์คลอดบุตร รับเพิ่มเป็น 26,250 บาท/ครั้ง (เหมาจ่าย)
  • เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต รับเพิ่มสูงสุดเป็น 105,000 บาท (ไม่รวมค่าทำศพ)

3. ความมั่นคงหลังเกษียณ (Retirement)

  • ส่งเงินสมทบครบ 15 ปี รับบำนาญเพิ่มเป็น 3,500 บาท/เดือน (จากเดิม 3,000 บาท)
  • ส่งเงินสมทบครบ 25 ปี รับบำนาญเพิ่มเป็น 6,125 บาท/เดือน (จากเดิม 5,250 บาท)

กฎหมายมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับ HR คือการมี 'ฐานข้อมูลพนักงาน' ที่แม่นยำและเป็นระบบ การจัดการเอกสารหรือข้อมูลเงินเดือนด้วยไฟล์ Excel แบบเดิมอาจทำให้เกิดความสับสนเมื่อต้องปรับฐานข้อมูลใหม่ หรือสื่อสารกับพนักงานจำนวนมาก

การเริ่มมองหาตัวช่วยในการจัดการ Payroll ที่อัปเดตตามกฎหมายให้อัตโนมัติ จะช่วยลดความปวดหัวและคืนเวลาให้ HR ได้ไปโฟกัสกับการดูแลพนักงานได้อย่างเต็มที่

Reference

สำนักงานประกันสังคม