ชีวิตต่างสไตล์ เลือกประกันสังคมแบบไหน? ไขข้อข้องใจ ประกันสังคม ม.33, ม.39 และ ม.40 (อัปเดตล่าสุด ปี 2569)
ในโลกการทำงานปัจจุบันที่รูปแบบชีวิตของเราไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในออฟฟิศอีกต่อไป หลายคนเลือกที่จะเดินตามความฝันในฐานะฟรีแลนซ์ ขณะที่หลายคนยังคงสนุกกับการเติบโตในองค์กร ไม่ว่าคุณจะเลือกเส้นทางไหน สิ่งหนึ่งที่คนทำงานทุกคนต้องมีร่วมกันคือ 'ความมั่นคงในชีวิต' ซึ่งหนึ่งในหลักประกันพื้นฐานที่อยู่ใกล้ตัวเราที่สุดก็คือระบบประกันสังคมนั่นเองแต่เชื่อว่าหลายคนอาจจะยังสับสนกับตัวเลขมาตราต่างๆ ทั้ง ม.33, ม.39 และ ม.40 ว่าแท้จริงแล้วแต่ละแบบออกแบบมาเพื่อใคร และตอบโจทย์ชีวิตที่แตกต่างกันของเราอย่างไรบ้าง วันนี้เราจะมาสรุปให้เข้าใจง่ายๆ พร้อมอัปเดตข้อมูลล่าสุดปี 2569 เพื่อให้คุณเลือกสิทธิที่คู่ควรกับตัวเองที่สุด
มาตรา 33 (ม.33) พื้นที่ปลอดภัยของ 'มนุษย์เงินเดือน'
สำหรับใครที่ทำงานประจำ มีโต๊ะทำงาน มีเพื่อนร่วมงาน และรับเงินเดือนทุกสิ้นเดือน คุณคือกลุ่มคนที่ได้รับการดูแลภายใต้มาตรา 33 อย่างเต็มรูปแบบระบบนี้ออกแบบมาเพื่อลูกจ้างในบริษัทที่มีพนักงานตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป (ช่วงอายุ 15 ถึง 60 ปีบริบูรณ์) โดยจะเป็นการลงขันร่วมกันสามฝ่าย คือหักจากเงินเดือนของคุณ 5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในปี 2569 ได้มีการปรับเพดานฐานเงินเดือนสูงสุดใหม่เป็น 17,500 บาท ทำให้ยอดหักเงินสมทบสูงสุดจะอยู่ที่ 875 บาท/เดือน ในขณะเดียวกันนายจ้างก็จะสมทบให้อีก 5 เปอร์เซ็นต์ และรัฐบาลช่วยสมทบอีกส่วนหนึ่ง
สิทธิประโยชน์
คุณจะได้รับความคุ้มครองสูงสุดถึง 7 กรณี ครอบคลุมตั้งแต่การเจ็บป่วย อุบัติเหตุ คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต สงเคราะห์บุตร ชราภาพ (รับเงินบำเหน็จหรือบำนาญ) และ 'กรณีว่างงาน'ความพิเศษของการอัปเดตใหม่คือ ฐานเงินทดแทนรายได้ที่สูงขึ้นตามฐานเงินเดือนใหม่ ทำให้คุณได้รับเงินชดเชยเวลาเจ็บป่วย เบิกค่าคลอดและเงินสงเคราะห์การหยุดงานได้มากขึ้น และที่สำคัญคือ 'เงินบำนาญตอนเกษียณ' ที่จะได้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงสิทธิพิเศษที่มีเฉพาะ ม.33 อย่างการว่างงาน ที่หากถูกเลิกจ้างหรือลาออก จะได้รับเงินชดเชยเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 8,750 บาท/เดือน
มาตรา 39 (ม.39) รักษาสิทธิเดิม สำหรับ 'อดีตมนุษย์เงินเดือน'
บางครั้งจังหวะชีวิตก็พาเราออกจากงานประจำ อาจจะอยากพักผ่อน ดูแลครอบครัว หรือเตรียมตัวเริ่มธุรกิจใหม่ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังไม่อยากสูญเสียสวัสดิการด้านสุขภาพและการดูแลจากประกันสังคมที่คุณส่งสมทบมาตลอด มาตรา 39 จึงเข้ามาตอบโจทย์ตรงนี้เงื่อนไขสำคัญสำหรับคนที่จะเข้าสู่มาตรานี้คือ คุณต้องเคยเป็นผู้ประกันตน ม.33 และส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน ที่สำคัญคือต้องรีบสมัครภายใน 6 เดือนนับจากวันที่ลาออกนะ สำหรับการจ่ายเงินสมทบจะเป็นการจ่ายเองแบบเหมาๆ ที่ 432 บาท/เดือน (คำนวณจากฐานเงินเดือน 4,800 บาท) โดยรัฐบาลจะช่วยสมทบให้อีกส่วนหนึ่ง
สิทธิประโยชน์
คุณยังคงได้รับสิทธิประโยชน์ 6 กรณีเหมือนสมัยที่ยังเป็นมนุษย์เงินเดือนทุกประการ ทั้งการรักษาพยาบาล คลอดบุตร ชราภาพ ฯลฯ ยกเว้นเพียง 'กรณีว่างงาน' เท่านั้น เพราะในทางกฎหมายถือว่าคุณไม่ได้อยู่ในสถานะลูกจ้างแล้วนั่นเองมาตรา 40 (ม.40) ยืดหยุ่นและอิสระ เพื่อ 'สายฟรีแลนซ์และอาชีพอิสระ'
สำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ไรเดอร์ กราฟิกดีไซเนอร์อิสระ หรือใครก็ตามที่ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอาชีพอิสระ (อายุ 15 ถึง 65 ปีบริบูรณ์) และไม่เคยอยู่ในระบบ ม.33 หรือ ม.39 มาก่อน (หรือเคยเป็นแต่ขาดส่งไปแล้ว) มาตรา 40 คือทางเลือกที่ออกแบบมาเพื่อความยืดหยุ่นของชีวิตคุณโดยเฉพาะคุณสามารถเลือกจ่ายเงินสมทบได้ตามกำลังของตัวเองถึง 3 ทางเลือก ซึ่งแต่ละแพ็กเกจก็จะให้ความอุ่นใจที่แตกต่างกันออกไป
เจาะลึก 3 ทางเลือก สิทธิประโยชน์ ม.40
- ทางเลือกที่ 1: จ่ายเงินสมทบ 70 บาท/เดือน คุ้มครอง 3 กรณี (เจ็บป่วย, ทุพพลภาพ, เสียชีวิต)
- ทางเลือกที่ 2: จ่ายเงินสมทบ 100 บาท/เดือน คุ้มครอง 4 กรณี (เจ็บป่วย, ทุพพลภาพ, เสียชีวิต และบำเหน็จชราภาพ)
- ทางเลือกที่ 3: จ่ายเงินสมทบ 300 บาท/เดือน คุ้มครอง 5 กรณี (เจ็บป่วย, ทุพพลภาพ, เสียชีวิต, บำเหน็จชราภาพ และสงเคราะห์บุตร)
หมายเหตุ: เงื่อนไขการเกิดสิทธิของทุกทางเลือกจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบตามเงื่อนไขที่กำหนด
จุดที่ต้องทำความเข้าใจ
สิ่งสำคัญที่ต้องเน้นย้ำสำหรับ ม.40 คือ สิทธินี้จะไม่ได้รวมสิทธิรักษาพยาบาลฟรี เหมือนมาตราอื่นๆ นะ เวลาเจ็บป่วยคุณจะต้องใช้สิทธิบัตรทองหรือ 30 บาทรักษาทุกโรคแทน แต่ความพิเศษของ ม.40 คือการทำหน้าที่เน้นเป็น 'เงินชดเชยรายได้' ในวันที่คุณต้องนอนโรงพยาบาลและขาดรายได้จากการทำงานนั่นเองFAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันสังคม
Q: สิทธิ ม.33 ต่างจาก ม.39 อย่างไร?
A: จุดต่างสำคัญที่สุดคือ 'เงินชดเชยกรณีว่างงาน' โดย ม.33 จะคุ้มครองครบ 7 กรณี (รวมสิทธิว่างงาน) ในขณะที่ ม.39 จะคุ้มครองเพียง 6 กรณีเท่านั้น หากผู้ประกันตน ม.39 ว่างงาน จะไม่สามารถเบิกเงินชดเชยส่วนนี้ได้ เนื่องจากถือว่าไม่ได้อยู่ในสถานะลูกจ้างแล้ว
Q: เปลี่ยนประกันสังคม มาตรา 33 เป็น 39 ใช้เอกสารอะไรบ้าง?
A: สำหรับคนที่ลาออกและต้องการรักษาสิทธิเดิม ต้องยื่นสมัครภายใน 6 เดือนนับจากวันลาออก โดยใช้เอกสารดังนี้:
- แบบคำขอเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 (สปส. 1-20)
- บัตรประจำตัวประชาชน (พร้อมสำเนา)
ปัจจุบันสามารถทำเรื่องผ่านออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ประกันสังคม www.sso.go.th หรือยื่นที่สำนักงานประกันสังคมทุกสาขา
Q: ประกันสังคมมาตรา 33 หักเงินเดือนสูงสุดเท่าไหร่ (อัปเดตล่าสุด ปี 2569)?
A: ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป ประกันสังคมหักสูงสุดที่ 875 บาทต่อเดือน (จากเดิม 750 บาท) เนื่องจากมีการปรับเพดานฐานเงินเดือนสูงสุดจาก 15,000 บาท ขึ้นเป็น 17,500 บาท อย่างไรก็ตาม การหักเงินเพิ่มนี้ทำให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์ที่สูงขึ้นตามไปด้วย เช่น เงินชดเชยว่างงาน เงินชดเชยรายได้ และเงินบำนาญชราภาพที่จะได้มากขึ้นในอนาคต
Q: ประกันสังคม ม.40 เบิกค่ารักษาพยาบาลเวลาเจ็บป่วยได้ไหม?
A: ไม่ได้ สิทธิ ม.40 ไม่มีสิทธิการรักษาพยาบาลฟรีเหมือน ม.33 และ ม.39 เวลาป่วยจะต้องใช้ 'สิทธิบัตรทอง' แทน แต่ความคุ้มครองหลักของ ม.40 คือการมอบ 'เงินทดแทนการขาดรายได้' เช่น ถ้านอนโรงพยาบาล ก็สามารถนำใบรับรองแพทย์มาเบิกเงินชดเชยรายวันได้
Q: ลาออกจากงานแล้ว ไม่ส่ง ม.39 ต่อ สิทธิรักษาจะขาดทันทีไหม?
A: ไม่ผิดกฎหมายและสิทธิไม่ได้ขาดทันที เมื่อคุณลาออกจาก ม.33 สิทธิรักษาพยาบาลเดิมจะคุ้มครองต่ออีก 6 เดือนโดยอัตโนมัติ เมื่อพ้นระยะเวลา 6 เดือนไปแล้ว สิทธิจะถูกเปลี่ยนเป็นสิทธิบัตรทอง ส่วนเงินชราภาพที่เคยสมทบไว้ตอนทำงานประจำยังคงอยู่ครบ และสามารถทำเรื่องขอรับคืนได้เมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์
Q: ส่ง ม.39 ต่อจาก ม.33 จะทำให้เงิน 'บำนาญชราภาพ' ลดลง จริงไหม?
A: จริง! นี่คือเรื่องที่คนมักพลาดบ่อยที่สุด เนื่องจากเงินบำนาญชราภาพจะคำนวณจาก 'ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย' ตอนที่คุณอยู่ ม.33 ฐานเงินเดือนที่ใช้คำนวณสูงสุดคือ 15,000 - 17,500 บาท แต่พอเปลี่ยนมาเป็น ม.39 ฐานที่ใช้คำนวณจะลดลงเหลือเพียง 4,800 บาท หากคุณส่ง ม.39 ในช่วง 60 เดือนสุดท้ายก่อนอายุ 55 ปี จะทำให้ยอดเงินบำนาญรายเดือนที่คุณควรจะได้ ลดลงไปอย่างน่าเสียดาย
คำแนะนำ: หากร่างกายแข็งแรงดีและไม่ได้ป่วยบ่อย การเลือกไปใช้สิทธิบัตรทองแทน ม.39 อาจคุ้มค่ากว่าในแง่ของการรักษายอดเงินบำนาญ
Q: เป็นฟรีแลนซ์ส่ง ม.40 อยู่ แล้วเพิ่งได้งานประจำ ต้องไปยกเลิก ม.40 ไหม?
A: ตามหลักแล้ว เมื่อฝ่ายบุคคลของบริษัทแจ้งชื่อคุณเข้าทำงาน ระบบจะบังคับให้คุณเข้าสู่ระบบ ม.33 โดยอัตโนมัติ แต่ความเป็นผู้ประกันตน ม.40 จะไม่ได้สิ้นสุดลงทันที เพื่อป้องกันการจ่ายเงินซ้ำซ้อนหรือเผลอจ่ายฟรี แนะนำให้คุณแจ้งยกเลิก ม.40 ด้วยตัวเองที่สำนักงานประกันสังคม หรือโหลดแบบฟอร์ม (สปส.1-118) ส่งทางไปรษณีย์
Q: อายุไม่ถึง 55 ปี ลาออกจากงานแล้ว ขอเบิกเงินชราภาพออกมาใช้ก่อนได้ไหม?
A: ไม่ได้ เงื่อนไขสำคัญของการรับเงินบำเหน็จหรือบำนาญชราภาพคือ 1. ต้องมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และ 2. ต้องสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนแล้ว หากคุณลาออกตอนอายุ 40 ปี เงินก้อนนี้จะยังคงสะสมอยู่ในกองทุนประกันสังคมอย่างปลอดภัย รอจนกว่าคุณจะอายุครบ 55 ปี ถึงจะทำเรื่องเบิกออกมาได้
Q: ประกันสังคม ม.39 ขาดส่งกี่เดือน สิทธิถึงจะขาด?
A: สิทธิ ม.39 ของคุณจะถูกตัดทันที หากเกิดกรณีใดกรณีหนึ่งดังนี้:
- ขาดส่งเงินสมทบติดต่อกัน 3 เดือน
- ภายในระยะเวลา 12 เดือน ส่งเงินสมทบไม่ครบ 9 เดือน
เพื่อป้องกันการลืมจนโดนตัดสิทธิ แนะนำให้ทำเรื่องหักเงินสมทบผ่านบัญชีธนาคารอัตโนมัติจะชัวร์ที่สุด
Q: เงินสมทบประกันสังคมทั้ง ม.33, ม.39 และ ม.40 นำไปลดหย่อนภาษีได้ไหม?
A: ได้แน่นอน! ยอดเงินสมทบที่คุณจ่ายไปจริงตลอดทั้งปีปฏิทิน สามารถนำไปใช้เป็นค่าลดหย่อนในการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90/91) ได้เต็มจำนวนตามที่จ่ายจริง ถือเป็นอีกหนึ่งสิทธิประโยชน์ที่คนวัยทำงานไม่ควรพลาด
การทำความเข้าใจความแตกต่างของประกันสังคมทั้ง 3 มาตรา ไม่ใช่แค่เรื่องของการจัดการเอกสาร แต่คือการวางแผนดูแลตัวเองในระยะยาว ไม่ว่ารูปแบบการทำงานของคุณจะเป็นแบบไหน การมีหลักประกันที่เหมาะสม ย่อมช่วยให้คุณก้าวเดินในเส้นทางอาชีพได้อย่างมั่นใจและอุ่นใจมากยิ่งขึ้น







