ภ.ง.ด.90 กับ ภ.ง.ด.91 ต่างกันอย่างไร? สรุปสิ่งที่มนุษย์เงินเดือนและนายจ้าง ต้องรู้ก่อนยื่นภาษี

ณชนก ปิติมานะอารี
ณชนก ปิติมานะอารี
ณชนก ปิติมานะอารี ·Updated on เมษายน 2, 2026 ·7 min read
ภ.ง.ด.90 กับ ภ.ง.ด.91 ต่างกันอย่างไร? สรุปสิ่งที่มนุษย์เงินเดือนและนายจ้าง ต้องรู้ก่อนยื่นภาษี
ภ.ง.ด.90 กับ ภ.ง.ด.91 ต่างกันอย่างไร? สรุปสิ่งที่มนุษย์เงินเดือนและนายจ้าง ต้องรู้ก่อนยื่นภาษี

เมื่อเข้าสู่ฤดูกาลยื่นภาษีช่วงต้นปี นอกจากเรื่องการหาค่าลดหย่อนแล้ว ปัญหาคลาสสิกที่มักสร้างความสับสนให้กับพนักงาน โดยเฉพาะเด็กจบใหม่ หรือคนที่เพิ่งเริ่มมีรายได้เสริม คือความสงสัยว่า 'ตกลงต้องยื่นแบบไหน? 90 หรือ 91?'

คำถามนี้มักวนกลับมาที่ฝ่าย HR หรือนายจ้างอยู่เสมอ วันนี้ HappyWork จะมาสรุปความแตกต่างและหลักเกณฑ์ในการเลือกใช้แบบยื่นภาษีให้ถูกต้อง เพื่อให้การจัดการเรื่องภาษีเป็นเรื่องง่ายและถูกต้องตามกฎหมาย

ภ.ง.ด.90 กับ ภ.ง.ด.91 ต่างกันอย่างไร?

ภ.ง.ด.91 คือ แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับผู้ที่มีเงินได้จากการ 'จ้างแรงงาน' (เงินเดือน) เพียงประเภทเดียว ตามมาตรา 40(1)

ภ.ง.ด.90 คือ แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับผู้ที่มีเงินได้ 'กรณีทั่วไป' คือมีรายได้อื่น ๆ นอกเหนือจากเงินเดือน หรือมีรายได้หลายช่องทางผสมกัน ตามมาตรา 40(1) ถึง 40(8)

สรุปหลักเกณฑ์: ใครต้องยื่นแบบไหน?

HappyWork สรุปให้ไว ๆ เลยว่า หัวใจสำคัญของการเลือกใช้แบบฟอร์มอยู่ที่ 'แหล่งที่มาของรายได้' ไม่ใช่ตำแหน่งงานหรืออาชีพ
  • หากมีรายได้จากเงินเดือนเพียงอย่างเดียว ให้ยื่น ภ.ง.ด.91
  • หากมีรายได้จากช่องทางอื่นเสริมเข้ามาด้วย เช่น ขายของออนไลน์, รับจ้างอิสระ, เงินปันผลหุ้น หรือ ปล่อยเช่าคอนโด จะต้องเปลี่ยนไปยื่น ภ.ง.ด.90 ทันที

เจาะลึกประเภทเงินได้ เช็กให้ชัวร์ก่อนยื่น

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ลองสำรวจดูว่ารายได้ของเราเข้าข่ายข้อไหนบ้าง
  1. กลุ่มที่ยื่น ‘ภ.ง.ด.91’ - มนุษย์เงินเดือน Full-time อย่างเดียว
    ใช้สำหรับผู้ที่มีเงินได้พึงประเมินตาม มาตรา 40(1) เพียงอย่างเดียว ได้แก่:
    • เงินเดือน, ค่าจ้าง
    • โบนัส, บำเหน็จ
    • ค่าล่วงเวลา (OT)
    • เงินที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเมื่อออกจากงาน

  2. กลุ่มที่ยื่น ‘ภ.ง.ด.90’ - คนที่มีรายได้หลายทาง / อาชีพอิสระ / นักลงทุน
    ใช้สำหรับผู้ที่มีเงินได้พึงประเมินประเภทอื่น ๆ ร่วมด้วย หรือไม่มีเงินเดือนเลย มีแต่รายได้อื่น ได้แก่:
    • 40(1): เงินเดือน (ถ้ายื่น 90 ให้นำเงินเดือนมารวมคำนวณในนี้ด้วย)
    • 40(2): ค่าจ้างรับทำงานให้, ค่านายหน้า, ฟรีแลนซ์
    • 40(3): ค่าลิขสิทธิ์, ทรัพย์สินทางปัญญา
    • 40(4): ดอกเบี้ย, เงินปันผล (นักลงทุนต้องใช้อันนี้)
    • 40(5): ค่าเช่าทรัพย์สิน (บ้าน, รถ, ที่ดิน)
    • 40(6): วิชาชีพอิสระ (หมอ, วิศวะ, สถาปนิก, บัญชี, ทนายความ)
    • 40(7): รับเหมาก่อสร้าง
    • 40(8): เงินได้อื่น ๆ (ขายของออนไลน์, นักแสดง, YouTuber, ขายอสังหาริมทรัพย์)

ประเด็นที่นายจ้าง และ HR ควรรู้

ในปัจจุบัน เทรนด์การทำงานเปลี่ยนไป พนักงานจำนวนมากมีอาชีพเสริมหรือรายได้ช่องทางอื่น ๆ เพื่อรับมือกับค่าครองชีพ ดังนั้น HR อาจพบว่าพนักงานมาขอหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) เพื่อนำไปยื่นแบบ

สิ่งที่นายจ้างควรทำคือ:
  1. ออกหนังสือรับรอง 50 ทวิ ให้ถูกต้องและครบถ้วน โดยระบุยอดเงินได้และภาษีที่หักไว้ทั้งหมด
  2. ให้คำแนะนำเบื้องต้น หากทราบว่าพนักงานมีรายได้เสริม อาจแจ้งเตือนด้วยความหวังดีว่า 'อย่าลืมนำรายได้อื่นไปรวมยื่นใน ภ.ง.ด.90 ด้วยนะ' เพื่อป้องกันไม่ให้พนักงานโดนเรียกเก็บภาษีย้อนหลังจากการยื่นรายได้ไม่ครบถ้วน

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย

  • “มีเงินเดือนต้องยื่น 91 เท่านั้น” ไม่จริง หากมีเงินเดือน + ขายของออนไลน์ ต้องยื่น 90 โดยนำยอดเงินเดือนไปกรอกรวมในแบบ 90 ได้เลย (แบบ 90 ครอบคลุมกว่า)
  • “ยื่นผิดแบบ จะโดนปรับไหม” หากยื่นผิดแบบแต่คำนวณภาษีถูกต้องและครบถ้วน สรรพากรอาจอนุโลมหรือให้ยื่นเพิ่มเติมได้ แต่ทางที่ดีควรเลือกให้ถูกตั้งแต่แรกเพื่อความรวดเร็วในการขอคืนภาษี

การยื่นภาษีให้ถูกต้องไม่ใช่แค่หน้าที่ตามกฎหมาย แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงในการถูกตรวจสอบย้อนหลัง ทั้งในมุมของพนักงานเองและภาพลักษณ์ขององค์กร การทำความเข้าใจความแตกต่างเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ จะช่วยให้ช่วงฤดูกาลภาษีผ่านไปได้อย่างราบรื่นและสบายใจสำหรับทุกคน